วิธีแต่งหน้าฟรีกับเคาเตอร์แบรนด์ดัง
เมื่อเราไม่อยากซื้อสินค้า แล้วต้องเอาไปวางทิ้งไว้หน้ากระจกเฉยๆ การได้เมคโอเวอร์นี่ล่ะจะช่วยชี้ทางออกว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อดี แต่จะทำอย่างไรดีล่ะให้พอใจกันทั้งสองฝ่าย เอาเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ ที่ได้มาจากผู้รู้และประสบการณ์ตรงของสาวๆ
B E F O R E...
เคล็ดลับได้เมคโอเวอร์ง่ายๆแบบไม่ต้องเสี่ยงเกินไป
เลือกเมคอัพอาร์ทิสต์
ก่อนจะแปลงฉม ควรเลือกเคาเตอร์กันสักหน่อยดูว่าผลิตภัณฑ์นั้นตรงใจหรือเปล่า พนักงานหน้าตารับแขกหรือไม่ ที่สำคัญ พวกเธอแต่งหน้าตัวเองได้สวยแบบไหน แล้วถามตัวเองว่าอยากสวยแบบนั้นใช่หรือเปล่า ถ้าเขากำลังแต่งหน้าให้ลูกค้าคนอื่นอยู่ ก็เป็นโอกาสที่จะได้สังเกตว่า เคาน์เตอร์นั้นมีคอนเซ็ปต์ความงามแบบใด แบบหวือหวา หลุดโลก นางในฝันหรือเปรี้ยวสะเด็ด ถ้าโดนใจก็รอต่อคิวไว้ได้เลย
ปรึกษาเพื่อน
จะขอความเห็นเรื่องคุณความดีของผลิตภัณฑ์จากใคร ก็ไม่น่าเชื่อถือเท่าคนที่เคยได้ลองใช้ของจริงมาแล้ว ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนกัน รับรองได้ครบ 360 องศาเพื่อนยังสามารถบอกได้ด้วยว่าเคาน์เตอร์ไหนเคยสร้างความประทับใจมาแล้ว
สวมมาดคุณหนู
ปฎิเสธไม่ได้ที่คนรักมักตัดสินความหนาของกระเป๋าสตางค์ที่ยี่ห้อกระเป๋าสะพาย รองเท้าหรือชุดแบรนด์เนมที่ใส่อยู่ ถ้าเป็นลูกค้าไฮโซ แม้จะไม่เคยออกรายการใดๆก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเมคอัพอาร์ทิสต์ที่จะรู้จักได้ เธอจะรีบเข้าไปต้อนรับ เพราะคาดไว้แล้วว่าอย่างน้อยก็ต้องขายได้สามชิ้น แต่แต่งตัวหรูเริ่ดเกินไป ก็อาจกลายเป็นการสร้างความกดดันให้ตัวเองเพราะเขาจะโหมแนะนำสินค้าอุตลุด เอาเป็นว่า แต่งตัวให้ดูมีฟอร์มสักนิด และทำเหมือนว่าเข้าเคาน์เตอร์เครื่องสำอางเป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว
เมคอัพอาร์ทิสต์ยิ้มรับอรุณ
ในช่วงเช้าวันธรรมดา บรรดาเมคอัพอาร์ทิสต์ยังสดชื่นอยู่ ยังไม่ได้หัวหมุนกับลูกค้าเรื่องมาก และยังไม่ติดพันเม้าท์แตกกับเพื่อนเคาน์เตอร์ด้วยกัน ถ้าขอลองเมคโอเวอร์ก็จะพูดกันได้ง่ายขึ้นและดูแลเราได้เต็มที่แต่ถ้าตกช่วงบ่ายไปแล้ว ความเครียดจะเริ่มมาเยือนเพราะยอดขายยังไม่ถึงเป้า ถ้าเราดุ่มๆไปขอให้เมคโอเวอร์ ไม่มีทีท่าว่าจะซื้อ ก็เทียบกับเดินเข้าถ้ำเสือล่ะคราวนี้
W H I L E...
เมื่อได้รับการเชื้อเชิญให้นั่งรอการสัมผัสเนื้อเมกอัพ แปลงโฉมให้ใหม่ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีกันง่ายๆขอแนะนำว่า
ด้านได้ อายอด
โฉมใหม่จะเริ่มหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเราเองด้วยว่าบอกความชอบ ความต้องการของเราให้เขาเข้าใจได้แค่ไหน ปกติเมคอัพอาร์ทิสต์จะได้รับการอบรมให้สอบถามรูปแบบการแต่งหน้าที่ลูกค้าชอบและเวลาที่ใช้แต่งหน้าในตอนเช้า แต่ถ้าเขาไม่ถาม เราก็ต้องบอกไปเอง
พูดดีเป็นศรีแก่หน้า
การใช้คำอธิบายแบบหน้าที่อยากได้เป็นอีกเรื่องที่ต้องระวัง คุยกันให้ดีก่อนว่าอยากออกมาได้ลุคแบบไหน ใสๆธรรมชาติ หรือไปงานกลางคืน ทางที่ดีอธิบายให้ละเอียดไปเลย เช่น "อายแชโดว์สีเทาเขม่าไล้ตามแนวขนตาบนกับล่าง"
พกรูปแนวการแต่งหน้าที่อยากได้ไปด้วย
ถ้าการพูดอธิบายก็ยังไม่แจ่มพอ เอารูปดารานางแบบที่แต่งหน้าอย่างเราชอบให้ดู แต่อย่าคาดหวังว่าจะได้ออกมาตามนั้นเปี๊ยบ เขาจะพิจารณาดูก่อนว่าเป็นไปได้มากแค่ไหน ถ้าหารูปไม่ได้ การอ้างอิงคนดังก็ยังทำได้อยู่ เพียงแต่เอาที่ดังจริงๆ
Face Chart ไว้ทบทวน
ระหว่างแต่งหน้า อย่ามัวแต่ลุ้นว่าอนาคตจะออกมาเป็นยังไง แล้วปล่อยให้เขาแต่งหน้าไปเรื่อยๆขอกระจกดูและจดจำเทคนิคไปหัดแต่งเองที่บ้านด้วย ถ้ามีอะไรสงสัย ก็ให้ถามเลย นอกจากนี้ ขอให้เขาเขียนเฟซชาร์ตให้ด้วย ไม่ใช่แค่ชื่อผลิตภัณฑ์ และจุดที่ไล้เมกอัพลงเท่านั้นนะ ให้เขาใส่ลำดับก่อนหลังการใช้ผลิตภัณฑ์ไว้ด้วย รวมทั้งราคา เพื่อเอาไว้คำนวณค่าใช้จ่าย
A F T E R...
ถ้าหากว่าไม่ชอบลุคที่ออกมา หรืออยากขอคิดดูใหม่อีกรอบ
ไหวตัวทัน ก็ลุกหนีเถอะ
แม้จะได้รับการตอบรับแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ผิดถ้าจะลุกขึ้นเดินออก หากเพียงแหมะก้นไป 2 วินาที เขาก็ขนสินค้าออกมาวางตรงหน้าเป็นกอง และเริ่มสาธยายขอมือมาป้ายสีให้ดู อธิบายสรรพคุณสารพัดเราจะรู้ได้ทันทีเลยว่า เขากำลังทำยอดขายมากกว่าอยากเปลี่ยนลุคให้เรา
ของฟรีไม่มีในโลก
จริงอยู่ ถึงเขาไม่ได้บอกว่าต้องซื้อสินค้าอย่างน้อยกี่ชิ้น จึงจะเมคโอเวอร์ได้ แต่บางสถานการณ์ก็อาจทำให้อึดอัดกันทั้งสองฝ่าย เมคอัพอาร์ทิสต์กระซิบบอกมาว่า ถ้าจำเป็นต้องซื้อ ก็ให้ซื้อ 3 ชิ้นมารยาทคือลิปสติก ลิปกลอส และลิปไลน์เนอร์ และให้สบายใจที่สุด บอกเขาไปก่อนตั้งแต่ต้นว่า วันนี้เรามีงบมาช้อปเท่าไหร่
อ้างไฟหลอกตา
เคยมีกรณียัดปากกาใส่มือลูกค้าให้เขียนเลยว่าจะเอาสินค้าชิ้นไหนบ้าง ถ้าโดนกดดันขนาดนี้ แล้วมุขทำหน้าตกใจเรื่องลืมเวลานั้นใช้ไม่ได้ผล ก็อาจจะบอกไปว่า "ขอไปเดินรอบๆก่อน อยากรู้ว่าถ้าอยู่ในแสงอีกแบบ เมคโอเวอร์ที่แต่งจะออกมาเป็นอย่างไร"หรืออาจจะบอกไปว่า "อยากดูคำชมจากคนรอบข้างก่อน"
แบบนี้ได้เมคโอเวอร์ชัวร์
ช่วงจัดโปรโมชั่น แนะนำสินค้าใหม่วิธีนี้ต้องอาศัยความบังเอิญ เดินผ่านไปเจอพอดี หรือมีเพื่อนฝูงใครต่อใครบอกมาอีกที บางแบรนด์จะยินดีบริการแต่งหน้าให้ เพราะถือว่าเป็นช่วงแนะนำสินค้า
โทร.บอกล่วงหน้า
พนักงานเคาน์เตอร์ แนะนำว่า เคาน์เตอร์บางแบรนด์ยินดีบริการแต่งหน้าให้ ขอแค่โทร.บอกเคาน์เตอร์สาขาที่จะไปใช้บริการก่อน
ซื้อผลิตภัณฑ์
หรือมีความสนใจที่จะซื้อสินค้า ให้พนักงานลองแต่งให้ดูก่อนตัดสินใจซื้อ เมื่อซื้อแล้วทางเคาน์เตอร์จะให้คุณกรอกประวัติส่วนตัว ให้เขาเก็บไว้เป็นข้อมูลลูกค้า คราวหน้า หากจะขอให้แต่งหน้าให้เขาก็จะเรียกดูข้อมูลจากระบบ ว่าคุณเคยเป็นลูกค้าหรือเปล่า
สมัครเป็นสมาชิก
วิธีนี้ ไม่เพียงแต่จะขอแต่งหน้าเมื่อไหร่ก็ได้ แต่จะกลายเป็นอภิสิทธิ์ชนของแบรนด์ไปเลยด้วย จะได้รับข่าวสารความเคลื่นไหวตลอดเวลา เช่น เดือนนี้จะมีโปรโมชั่นลดราคาที่ไหน หรือในเทศกาลต่างๆก็จะได้รับของขวัญจากแบรนด์ ส่วนใหญ่จะสมัครได้ก็เพราะมียอดซื้อในหนึ่งครั้งสูงเท่าที่แบรนด์กำหนดเช่น 5,00บาท สำหรับ Shu Uemura และ 3,000 บาทสำหรับEttusais (รับบริการแต่งหน้าฟรีได้)
เมื่ออ่านจบแล้วหล่ะก้อ
ลองไปทำตามคำแนะนำข้างต้นที่
เคาเตอร์ไกล้บ้าน ดูซิคะ
คงประหยัดตังไปได้เยอะ
แถมผลที่ออกมาคงสวยกว่าแต่งเองเป็นไหนๆ
หรือไม่ก้อคงได้ใช้เครื่องสำอาง มียี่ห้อ
ได้มาใช้อวดโฉมกัน
BY Saint Angle !
ที่มาจาก
http://www.junjan.com/women/detail.php?idnews=3&category=makeup







